4 เมษายน 2562 พระราชวงศ์ทรงห่วงแม่ฮ่องสอนฝุ่นพิษพุ่งรวบมือเผาดอยหลวง

ที่มา: https://siamrath.co.th/n/72970

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรีได้อัญเชิญพระราชกระแสรับสั่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือที่กำลังประสบปัญหาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน รวมทั้งทรงให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนเสียสละ โดยรัฐบาลจะบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อเร่งลดพื้นที่ที่มีจุดความร้อน หรือ ฮอตสปอต ภายใน 7 วัน พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีความเข้าใจปัญหาและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน นายกฯ เน้นย้ำว่าพระราชวงศ์ทรงติดตามความทุกข์ร้อนของพสกนิกรอยู่ตลอดเวลา และทรงให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและไฟป่าเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุดทางกองทัพบกเตรียมขยายผลเรื่องการฝึกผจญเพลิงและดับไฟป่าตามแนวพระราชดำริให้เป็นรูปธรรม ส่วนของหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ร่วมกับภาคเอกชนขณะนี้กำลังช่วยกันบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในทุกวิถีทางอย่างเต็มที่ เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด” วันเดียวกันผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์ที่ 16 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สายตรวจส่วนกลางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว นำโดยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว, เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าเชียงดาว ว่าได้จับตัว นายบุญปั๋น แสนคำหมื่น อายุ56 ปี เป็นชุด ชรบ. ประจำหมู่บ้านถ้ำเป็นผู้จุดไฟบริเวณป่าหลังรีสอร์ทบ้านแสนคัม หมู่ที่ 5 ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงที่กำลังมีการดับไฟป่า บริเวณด้านหลังม่อนพระจันทร์ทรงกลด และทำให้ไฟลุกลามเข้าหาเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานอยู่ โดยนายบุญปั๋น ยอมรับสารภาพว่า ได้จุดไฟเผาป่าจริง โดยไม่มีคำสั่งให้จุดหรือเผา จากศูนย์อำนวยการควบคุมไฟป่า ที่เกิดขึ้นในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณจุดเผา พบว่าอยู่นอกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามพรบ.สาธารณสุข มาตรา 25 (ข้อ 4) ฐาน การกระทำใดๆ อันเป็นเหตุให้เกิดกลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อน สิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรือกรณีใดอื่นใด จนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ คุมตัวส่งให้ พนักงานสอบสวนสภ.เชียงดาว เชียงใหม่ เปรียบเทียบปรับตามกฎหมายก่อนปล่อยตัวไป จากการตรวจสอบการรายงานคุณภาพอากาศผ่านทางเว็บไซต์ AirVisual พบว่าขณะนี้ในพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีคุณภาพอากาศแย่แซงหน้าจังหวัดเชียงใหม่ เมืองที่มีอากาศแย่ที่สุดในโลกไปแล้ว โดยดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 462 (US AQI) ส่วนฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มีสูงถึง 442.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และรองลงมาอยู่ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ คุณภาพอากาศอยู่ที่ 359 ขณะที่ค่า PM2.5 อยู่ที่ 309.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพทั้งสิ้น